มะรุม อบเย็น 100 แคปซูล แพ็คเกจใหม่(ไทยออจินิค)

11018 : มะรุม อบเย็น 100 แคปซูล (ไทยออจินิค)

สั่งซื้อสินค้า 6 กระปุกขึ้นไปได้เป็นราคา 145 บาท/กระปุก

มะรุมแคปซูล อบเย็น (Moringa Capsule)

มะรุม แคปซูลอบด้วยกรรมวิธีตากในที่ร่มและอบเย็น ไม่ผ่านความร้อนเพื่อคงคุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงใบสด กระบวนการเพาะปลูกด้วยเกษตรอินทรีย์ไร้สารพิษ ขนาดบรรจุ ๑๐๐ แคปซูล ขนาดแคปซูล ๒๕๐ ml.

สรรพคุณ บำรุงร่างกาย ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ เสริมสร้างแคลเซียม บำรุงกระดูกและข้อ บำรุงระบบประสาท สมองและสายตา บำรุงระบบหัวใจและหลอดเลือด ลดไขมัน น้ำตาลในเส้นเลือด สร้างภูมิต้านทานหวัด ภูมิแพ้ มีสารต้านอนุมูลอิสระ(สารก่อมะเร็ง)

รายอะเอียดในฉลาก แคปซูลมะรุม Thai-Organic Extreme Dry (Eco-Dry) ผานกรรมวิธีตากในที่รมและอบเย็น โดยวิธีดึงความชื้น Extreme Dry เพื่อคงคุณค่าทางโภชนาการ และธาตุอาหารใกลเคียงใบสด *ปลูกด้วยกระบวนการเกษตรอินทรีย์ไร้สารพิษ

คุณค่าทางอาหารและทางยาของสมุนไพรมะรุม

มะรุมเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่ถูกปลูกไว้ในบริเวณบ้านไทยมาแต่โบราณ ต้นมะรุมพบได้ทุกภาคในป ระเทศไทย ทางภาคเหนือเรียกว่า "ผักมะค้อนก้อม" ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียก "ผักอีฮุม หรือผักอีฮึม" ชาวกะเหรี่ยงแถบกาญจนบุรีเรียก "กาแน้งเดิง" ส่วนชานฉานแถบแม่ฮ่องสอน เรียก "ผักเนื้อไก่" เป็นต้น มะรุม (Moringaoleifera syn. M. ptreygospermaGaertn.)จัดเป็นพืชในวงศ์ Moringaceaeและเป็นพืชท้องถิ่นของประเทศ อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ และแอฟกานิสถาน ซึ่งในปัจจุบันได้มีการกระจายพันธุ์ไปสู่ประเทศฟิลิปปินส์ กัมพูชา ทวีปอเมริกา และหมู่เกาะคาริบเบียน ดังนั้น Moringaoleiferaจึงมีชื่อท้องถิ่นหลากหลาย เช่น drumstick tree, horse radish tree, kelor tree, Shagara al Rauwaq (หมายถึง tree of purifying) และ Sohanjna (1)

มะรุม จัดเป็นพืชที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะสามารถใช้เป็นอาหาร โดยส่วนใบ ผล (ฝัก) ดอก และ ผลอ่อนของมะรุมได้รับการจัดให้เป็นผัก ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงในหลายประเทศ โดยเฉพาะในประเทศอินเดีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ ฮาวาย และอีกหลายประเทศในทวีปแอฟริกา มีรายงานว่าใบ ของมะรุมประกอบด้วยเบต้าแคโรทีน โปรตีน วิตามินซี แคลเซียม และโปแตสเซียมปริมาณสูง ซึ่งจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติที่ดี จึงช่วยยืด อายุของอาหารที่มีไขมันปริมาณสูงได้เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระที่หลาก หลาย ได้แก่ กรดแอสคอร์บิก สารประกอบฟลาโวนอยด์ ฟีนอลลิก และ แคโรทีนอยด์ (2) ในประเทศฟิลิปปินส์ มะรุมถูกเรียกว่า mother’s best friend เพราะสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมในหญิงให้นมบุตรได้ และ ในบางครั้งก็อาจใช้สำหรับรักษาโลหิตจางด้วย(3) นอกจากนี้ทุกส่วนของต้นมะรุมยังถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้อีกมากมาย เช่น ส่วนใบและกากเมล็ดที่เหลือ จากการบีบน้ำมันนำมาทำเป็นอาหารสัตว์ ใบนำมาทำปุ๋ยและก๊าซชีวภาพ เนื้อไม้ให้สีย้อมสีน้ำเงิน น้ำหวานจากเกสรดอกไม้นำมาทำน้ำผึ้ง เปลือกไม้ใช้ทำ เชือก หรือเนื้อไม้ใช้ทำกระดาษ เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้นมะรุมยังมีคุณสมบัติทางยาอีกมากมาย เช่น ต้านการอักเสบ ขับลม แก้ไข้ แก้เจ็บคอ ลดความดัน เป็นต้น เกือบทุกส่วนของมะรุม ได้แก่ ราก เปลือกต้น ยางไม้ ใบ ผล (ฝัก) ดอก เมล็ด และน้ำมันจากเมล็ด เคยใช้เป็นยาพื้นบ้านของทวีปเอเชียใต้ เช่น ใช้รักษาอาการอักเสบและติดเชื้อ โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินอาหาร และความผิดปกติของตับและไต (4) น้ำมันที่สกัดจากเมล็ด (ben oil) สามารถใช้ทำอาหาร รักษาโรคปวดตามข้อ โรคเก๊าต์ รักษาโรครูมาติซัม และรักษาโรคผิวหนัง แก้ผิวแห้ง ใช้แทนยารักษาผิวให้ชุ่มชื้น รักษาโรค อันเกิดจากเชื้อรา เนื้อในเมล็ดมะรุมใช้แก้ไอได้ดี การรับประทานเนื้อในเมล็ดเป็นประจำสามารถเพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกายได้ ใบช่วยแก้เลือดออกตาม ไรฟัน แก้อักเสบ ใบสดมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ เป็นต้น คุณค่าทางอาหารและสารอาหารที่พบในมะรุม ใบมะรุมมีคุณค่าทางอาหารสูง เหมาะสำหรับคนทุกเพศและวัย ในบางประเทศ เช่น เซเนกาลและเฮติ บุคลากรทางการสาธารณสุขจะใช้ผงของใบมะรุม ตากแห้งในการรักษาภาวะทุพลภาพในเด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ และให้นมบุตร ใบมะรุมทั้งรูปแบบดิบ ทำให้สุกแล้ว หรือตากแห้ง มีวิตามินและเกลือแร่ปริมาณ สูงมาก Fuglieรายงานว่าผงใบแห้งขนาด 8 กรัม เพียงพอสำหรับเด็กอายุ 1-3 ปี เพราะมีโปรตีน (14%) แคลเซียม (40%) เหล็ก (23%) และวิตามินเอ ซึ่งเด็กต้องการในแต่ละวัน และใบขนาด 100 กรัม สามารถให้ปริมาณแคลเซียมถึงหนึ่งในสามที่ผู้หญิงต้องการในแต่วัน และยังให้ธาตุเหล็ก โปรตีน ทองแดง กำมะถัน และวิตามินบีด้วย (5) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1976 มีการศึกษาคุณค่าทางอาหารของมะรุม และรวบรวมคุณค่าทางอาหารเปรียบเทียบระหว่างของผล (ฝัก) ใบสด และใบแห้งของมะรุม ปริมาณ 100 กรัม ไว้ดังนี้ (6)

 

*** หมดอายุ 4 ปี นับจากวันผลิต ***

190 บาท
จำนวน:
Visitors: 261,829