ขุมนรกมีจริงๆบนโลกใบนี้

               ขุมนรกมีจริงๆ บนโลกใบนี้

           บทความต่อไปนี้ เชื่อว่าท่านผู้อ่านน่าจะยังไม่เคยได้พบมาก่อนในที่ใดๆ และกรุณาอย่าเพิ่งด่วนสรุปใดๆก่อนอ่านจบ

ขุมนรกมีจริง!!!!!!!!!!! น่าจะมิใช่แค่คำขู่ในตำนานซะแล้ว

           แล้วตกลงขุมนรกต่างๆมีอยู่จริงหรือไม่ ??? และถ้ามีอยู่จริง จะอยู่ที่ไหน ?? ใต้ดิน !บนฟ้า!หรือที่ใด!ก็ยังไม่มีใครพิสูจน์หรือยืนยันได้  ท่านผู้อ่านรวมทั้งข้าพเจ้าและคนเป็นจำนวนมากคงเคยได้อ่าน ได้ฟัง เรื่องราวที่เกี่ยวกับขุมนรกต่างๆที่่ถ่ายทอดสืบต่อๆกันมาว่า มีอยู่มากมายหลายขุม แต่ละขุมนรกจะมีลักษณะแตกต่างกันออกไปตามแต่อกุศลวิบากของสัตว์นรก ที่จะต้องมาชดใช้กรรมที่เคยทำไว้ เช่นขุมนรกที่เป็น กระทะทองแดงมีน้ำเดือดแล้วจับ(วิญญาณ)คนทำบาปลงไปต้มให้ทนมารแสนเจ็บปวด  ขุมนรกที่มีต้นงิ้วมีหนามแหลมบังคับให้คนทำผิดศีลข้อ3 ปีนขึ้นไปให้โดนหนามงิ้วตำอย่างเจ็บปวดใต้ต้นงิ้วมีหมาคอยกัดไม่ให้ลงมาและข้างบนก็มีอีกาปากเหล็กคอยจิก เป็นต้น         

              ตามตำนานรวมทั้งคำสอนที่ถ่ายทอดสืบๆต่อกันมา  นรกขุมต่างๆมีรวมทั้งหมด 457 ขุม

 อันประกอบไปด้วย  มหานรก 8 ขุม , อุสสทนรก 128 ขุม , ยมโลกนรก 320 ขุม และโลกันตร์นรก 1 ขุม

           หลายท่านก็เชื่อว่านรกเหล่านี้มีอยู่จริงๆ  หลายท่านอาจคิดว่าเรื่องเหล่านี้น่าจะเป็นแค่คำขู่ เพื่อไว้ปรามไม่ให้คนกล้าทำชั่วทำบาปกันได้ง่ายๆเท่านั้น นรกคงไม่มีอยู่จริงหรอก หลายคนก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ข้าพเจ้าเองก็ค่อนไปทางเชื่อว่านรกมีจริงแต่เป็นสภาวะตกนรกของจิตวิญญาณ(ที่รับวิบาก)ทางจิตเท่านั้น และได้รับความทุกข์ทรมานทางจิตเพียงอย่างเดียวแต่เจ้าของวิญญาณจะคิดว่าได้รับความทุกข์ทรมานทางกายไปพร้อมๆกันด้วยจริงๆ  ซึ่งความทุกข์ทรมานที่จะต้องได้รับก็จะแตกต่างกันไปตามแต่วิบากของแต่ละคน พูดง่ายๆว่าเป็นเรื่องของนรกทางนามธรรมส่วนนรกที่เป็นรูปธรรมที่เป็นสถานที่จริงๆข้าพเจ้าคิดว่าไม่มี  เพราะเรียนมาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อีกทั้งตัวเองก็ไม่เคยได้ยินมาว่ามีคนเคยไปพิสูจน์หรือค้นพบนรกมาได้แล้วจริงๆ  ความเชื่อนี้ติดตัวมาตลอด.....จนกระทั่งวันที่ข้าพเจ้าได้เห็นขุมนรกขุมหนึ่งด้วยตาตนเอง

           มีสิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญที่ทำให้ข้าพเจ้าได้พบได้เห็นได้สัมผัส ขุมนรกจริงๆ (คิดว่าเป็นขุมนรกหนึ่งใน 457ขุม) ในขณะที่ไม่ได้ฝัน ไม่ได้ครึ่งหลับครึ่งตื่น ไม่ได้อยู่ใต้อำนาจใดๆทั้งสิ้น 

และขุมนรกขุมนั้นก็อยู่บนโลกใบนี้ของเรานี่แหละ ไม่ได้อยู่ใต้ดินหรือบนฟ้า หรือที่ลึกลับใดๆ  ที่สำคัญคนทั่วไปก็สามารถเห็นได้ด้วยตา ได้ยินเสียงได้ด้วยหู สัมผัสได้ด้วยมือ ได้กลิ่นได้ด้วยจมูก และถ้าอยากรู้รสชาติก็สามารถรู้ได้ด้วยลิ้นเพียงแต่ผู้เขียนไม่กล้าทำ ที่สำคัญ สุดท้ายก็คิดว่าสามารถอธิบายเป็นเหตุเป็นผลทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างชัดเจนด้วย

        เรื่องนี้ เป็นประสบการณ์จริง ของผู้เขียนโดยตรง ที่จะถ่ายทอดสู่กันเพื่อขอสรุปและยืนยันเป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ว่า..อย่างน้อยขุมนรกขุมหนึ่งก็มีอยู่จริงๆบนโลกใบนี้ (ส่วนนรกขุมอื่นๆจะมีสถานที่จริงๆหรือไม่ และถ้ามีจะมีอยู่ที่ไหน อันนี้ข้าพเจ้ายังพิสูจน์ไม่ได้)  เพื่อเป็นอุทาหรณ์ไม่ให้คนเรากล้าทำชั่ว ทำบาปกันได้ง่ายๆ และบางทีความคลุมเครือเรื่องนรกที่มีมานานแสนนาน อาจจะชัดเจนขึ้นได้บ้างในแง่มุมของวิทยาศาสตร์  

             เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงกับตัวข้าพเจ้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 คือประมาณ 32 ปีมาแล้ว ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมาก ที่ได้มีโอกาสเห็นขุมนรกขุมหนึ่งจริงๆ ด้วยตาของตัวเอง  แต่พอทบทวนดูแล้ว คิดว่าเงียบไว้ดีกว่า ไม่อยากเผยแพร่ให้ใครฟังตอนนั้น เพราะคิดว่าที่ท่านผู้รู้ท่านสอนกันไว้ เรื่องสภาพของนรกขุมต่างๆ  แล้วไม่บอกชัดๆว่าท่านรู้มาได้อย่างไร เห็นมาจากไหน และขุมนรกดังว่านั้นตั้งอยู่ที่ใด  ท่านก็คงมีเหตุผลสำคัญของท่าน เลยไม่ขยายความบอกต่อไว้

              มาบัดนี้ผู้เขียนเปลี่ยนใจ คิดว่าน่าจะถึงเวลาแล้วที่จะเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รู้  ด้วย 2 เหตุผล     

     1 คือเห็นว่า หากตัวเองตายไปพร้อมกับความลับที่ไม่น่าจะลับนี้  ก็น่าเสียดายที่ไม่ได้ถ่ายทอดไว้ให้คนอื่นๆ ได้รู้บ้าง

    2 หรืออีกเหตุผลหนึ่งคือ ผู้รู้ในอดีต เช่นพระพุทธเจ้า ท่านได้กล่าวเรื่องนรกขุมต่างๆไว้ ตอนนั้นท่านอาจ บอกชัดๆว่าท่านรู้มาได้อย่างไร เห็นมาจากไหน และขุมนรกดังว่านั้นตั้งอยู่ที่ใด  แต่กาลต่อๆมา ผู้รู้รุ่นหลังอยากให้นรกเป็นเรื่องลึกลับ น่ากลัว หรือจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่  ท่านเลยไม่ขยายความบอกต่อไว้  ทั้งๆที่พระพุทธเจ้า ท่านตรัสว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่เป็นเหตุ เป็นผล มีเหตุ มีผล สามารถพิสูจน์ให้เห็นจริงด้วยตนเองได้

              แต่ก่อนจะเล่าเรื่องที่ผู้เขียนได้เจอขุมนรกมาจริงๆว่าคืออะไร เป็นอย่างไร อยู่ที่ไหน   จะขอกล่าวถึงตำนานรวมทั้งคำสอนที่ถ่ายทอดสืบๆต่อกันมา เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆถึงเรื่องของขุมนรกที่ท่านผู้อ่านอาจเคยได้อ่านได้ฟังมาก่อนแล้ว กับขุมนรกที่ผู้เขียนไปเห็นมา  เพื่อ..เมื่อท่านผู้อ่านได้รับรู้เรื่องประสบการณ์ตรงของผู้เขียนแล้ว จะได้เข้าใจเนื้อเรื่อง เหตุการณ์ ได้ชัดเจน สอดคล้องกันง่ายขึ้น

               ตามตำนานข้างต้นระบุว่า นรกที่ชื่อ อุสสทนรก ดังกล่าวยังแบ่งเป็นขุมนรกย่อย 128 ขุม หนึ่งใน 128 ขุมนั้นมีชื่อว่า คูถนรก  นรกขุมนี้มีลักษณะมืดมิดไม่มีแสงใดๆและอากาศก็หนาวเย็นมีกำแพงสูงล้อมรอบไว้ทุกด้าน  ภายในกำแพงไม่มีพื้นดินมีแต่ มูตรและคูถ (น้ำปัสสาวะและอุจจาระเน่าๆ )เท่านั้น สัตว์นรกที่ต้องมาเกิดรับวิบากในขุมนรกนี้มาเกิดเป็นหนอนนับแสนนับล้านตัว ต้องเบียดเสียดยัดเยียด ว่ายวนเวียนอยู่ในมูตรและคูถ เวลาหิวก็มีแต่มูตรและคูถให้กินเป็นอาหารเพื่อประทังชีวิตไว้เท่านั้น เมื่อหิวมากๆก็กัดกินกันเอง กัดกินทั้งเนื้อทั้งตัวตลอดจนอวัยวะภายในทั้งหมด ตัวที่ถูกกัดกินต้องเจ็บปวดและตายอย่างทุกข์ทรมาน ตายแล้วเกิดเกิดแล้วตายอีก วนเวียนนับชาติไม่ถ้วนเพื่อรับวิบากอยู่ในขุมนรกนี้ บางตัวพยายามปีนหนีขึ้นกำแพงแต่กำแพงสูงและชัน สุดท้ายก็ต้องล่วงลงมา  ต้องรับวิบากกรรมอยู่นานแสนนานตามกฏของธรรมชาติ จนกว่าจะหมดวิบากจากขุมนรกนี้  จึงจะหลุดพ้นจากขุมนรกนี้ออกไปเกิดในภพภูมิอื่นต่อไปได้

            หลังจากได้อ่านตำนานนี้แล้ว ก็คิดว่าผู้เขียนตำนานหรือผู้ที่สอนสืบๆต่อกันมา อาจจะจินตนาการขึ้นมาเพื่อเจตนาขู่ไม่ให้คนทำชั่ว หรืออาจให้คนเรานำไปเปรียบเทียบกับขณะใดขณะหนึ่ง ที่คนเรากำลังได้รับความทุกข์อยู่ อันเกิดจากอกุศลกรรมของเขาเอง หรือผู้ที่ถ่ายทอดเรื่องของขุมนรกต่างๆมานี้ อาจเคยไปพบเห็นมาจริงๆก็ได้ แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าอยู่ที่ไหน บนโลก ใต้ดิน บนฟ้า หรือในมิติใดมิติหนึ่งอย่างแน่ชัด

              เอาละ ที่นี้ลองมาเปรียบเทียบกับขุมนรกของจริงที่ข้าพเจ้าเจอ ดูบ้าง

         เรื่องมีอยู่ว่า....ประมาณปีพ.ศ. 2526  (จำวันที่และเดือนไม่ได้)... ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปเปิดร้านค้าขายวัสดุก่อสร้างอยู่ที่ อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ด้านหลังของร้านค้ามีต้นมะม่วงและลำไยต้นใหญ่ 2-3 ต้น ด้านล่างปกคลุมไปด้วยหญ้าและวัชพืชต่างๆเต็มไปหมด มองดูสูงและรกมาก  บ่ายวันหนึ่งข้าพเจ้าเห็นลูกมะม่วงสุกอยู่บนต้นหลายลูก รู้สึกอยากกิน จึงได้หาไม้สอยมาและเดินฝ่าดงหญ้ารกเข้าไปเพื่อจะสอยมะม่วงมากิน ขณะเดินเข้าไปอยู่นั้น เท้าข้างหนึ่งก็รู้สึกว่าไปเหยียบอะไรบางอย่างแตก ทำให้ตัวเองเสียหลักล้มลง ทันใดนั้นก็ได้กลิ่นเหม็นๆลอยมากระทบจมูก จึงก้มลง แหวกหญ้าดูว่าเหยียบอะไรแตก ภาพที่ปรากฏให้เห็นเบื้องล่างตรงพื้น ทำให้ข้าพเจ้าแปลกใจมาก เกิดมโนภาพนึกถึงขุมนรกหนึ่งที่ได้เล่าแล้วตอนต้นขึ้นมาอย่างทันที

            “เอ! นี่มันเหมือนขุมนรกหนึ่ง ที่เราเคยได้ยินเคยอ่านพบมานี่ ต้องใช่แน่ๆ” ข้าพเจ้าอุทาน และย้ำกับตัวเอง “มันมีจริงๆบนโลกนี้ หรือนี่ ? ”  ข้าพเจ้าถามตัวเองอีก อย่างไม่ค่อยแน่ใจ      ภาพที่ปรากฏต่อหน้า คือถังส้วมเก่าที่ไม่ใช้แล้วและคงถูกทิ้งร้างมานานนับสิบปี  เมื่อฝาปิดด้านบนถูกข้าพเจ้าเหยียบแตก ทำให้แสงแดดสามารถส่องเข้าไปในถังส้วมนั้นได้ ภาพของหนอนจำนวนนับหมื่นนับแสนตัวแออัดยัดเยียดอยู่ในนั้นต่ายยั้วเยี้ยทับถมกันอยู่ในน้ำปัสสาวะและอุจจาระเน่าๆ(มูตรและคูถ) พวกมันดิ้นอย่างทุรนทุราย ( ข้าพเจ้าคิดว่า พวกมันคงแสบตาเพราะไม่ได้เห็นแสงแดดมาตลอดทั้งชีวิต) มีหนอนหลายตัวกำลังพยายามปีนหนีขึ้นถังส้วมแต่สุดท้ายก็ต้องล่วงลงมาที่เดิมอีก

            หากจะอนุโลมว่า สิ่งที่ข้าพเจ้ากำลังมองดูอยู่นี้ ก็คือขุมนรกที่ผู้รู้ในอดีตกล่าวต่อๆกันมา ก็คงไม่ผิดนัก พวกมันนับหมื่นนับแสนตัว ก็คือสัตว์นรก ที่กำลังรับวิบากกันอยู่นั่นเอง มันอาจเคยเป็นคน  เคยเกิดเคยตายมาแล้วในวัฏสงสาร หรือเคยเป็นพี่น้อง เป็นญาติของเรามาแล้ว ในชาติใดชาติหนึ่งก็ได้ แต่เพราะอกุศลกรรมของพวกมันที่ทำไว้ เลยต้องมารับวิบากกรรมกันอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่ตัวเราเองก็เถอะ น่าจะเคยเป็นหนอนแบบนี้ อยู่ในขุมนรกลักษณะนี้มาแล้วเช่นกัน ข้าพเจ้าคิดในใจ.

            “โอ! กว่าพวกมันจะพ้นสภาพการรับทุกขเวทนา ค่อยๆหมดวิบากจากภพภูมินี้ จนสามารถค่อยๆขยับภพภูมิขึ้นมาจนถึงเป็นคนได้อีก คงนับล้านๆชาติแน่ ” ข้าพเจ้ารำพึงกับตัวเอง เห็นภาพนี้แล้วทำให้รู้สึกไม่กล้าทำบาปอีก เพราะกลัวจะต้องย้อนกลับไปเกิดในขุมนรกแบบนี้อีกเพราะบ่อส้วมร้างเก่าๆมีอยู่มากมาย

            ข้าพเจ้าคิดไปว่า ผู้ที่ถ่ายทอดเรื่องนี้มาจากสมัยก่อน อาจเคยไปพบเห็นขุมนรกนี้มาด้วยอิทธิฤทธิ์ทางจิตของท่านก็ได้นะ แต่ไม่รู้ว่ามีจริงๆอยู่บนโลก หรือรู้เพียงแต่ไม่อยากอธิบายให้ชัดๆ เพราะเกรงว่าคนจะไม่กลัวกันในการทำบาปเหมือนกับพูดถึงนรกในจินตนาการ

            เป็นเวลานานผ่านไป ข้าพเจ้ายังคงมองและพิจารณาขุมนรกตรงหน้านั้น พร้อมกับจินตนาการเรื่องต่างๆ จำไม่ได้ว่านานเท่าใด กว่าที่ตัวเองจะออกจากภวังค์ทางความคิด แล้วค่อยๆลุกขึ้นเดินผละออกจากขุมนรกนั้น  ข้าพเจ้าไปหาฝาส้วมอันใหม่มาปิดปากขุมนรกนั้นไว้เหมือนเดิม......ความคิดที่จะสอยมะม่วงมากินในตอนแรก ถูกลืมไปอย่างสิ้นเชิง

                                                                                            เสกตะวัน

                                                                               วันพุทธที่ 4 พฤศจิกายน 2558

Visitors: 186,727